2.5.2  ผ้าเช็ด  คำว่า  ผ้าเช็ด  เป็นคำภาษาไทลื้อซึ่งใช้เรียกผ้าทอชนิดหนึ่ง  แต่ไม่ได้เอามาใช้สอยสำหรับเช็ดส่วนต่างๆ  ของร่างกาย  ผ้าเช็ดมีลักษณะเป็นผืนผ้าสี่เหลี่ยม  ใช้วิธีการทอด้วยการขิดหรือจกเป็นลวดลายต่างๆ  หลากหลายแบบ  เราอาจแบ่งผ้าเช็ดออกได้เป็น  3  ประเภทตามขนาด  คือ

         2.5.2.1  ผ้าเช็ดหลวง  เป็นผ้าชนิดหนึ่งซึ่งพบเฉพาะในกลุ่มไทลื้อ ลักษณะเป็นผืนยาวประมาณ  2-3 เมตร  กว้างประมาณ  15-30  ซม. รูปลักษณะคล้ายตุงมาก ชาวไทลื้อจะทำผ้าเช็ดหลวงนี้ถวายวัดเช่นเดียวกับการถวายตุงโดยแขวนไว้ในวิหาร สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างผ้าเช็ดหลวงกับตุงคือลวดลายผ้าเช็ดหลวงนั้นจะไม่มีไม้ไผ่คั่นเป็นปล้องๆ และไม่มีลวดลายรูปปราสาทแบบผ้าตุง ลวดลายบนผ้าเช็ดหลวงจะใช้วิธีการเก็บขิดด้วยไม้ค้ำเป็นช่วงๆไป จนกระทั่งถึงครึ่งหนึ่งของความยาวของผืนผ้าที่ต้องการก็จะยกดอกช่วงหนึ่ง แล้วย้อนกลับไปทอลวดลายเดิมด้วยวิธีดึงไม้ค้ำออก ทอจนสุดความยาวของปลายผ้าอีกด้านหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ลวดลายจึงถูกกำหนดด้วยเทคนิคการทอให้ซ้ำกันจากปลายผ้าทั้งสองข้างไล่ลำดับมาสู่ตรงกลางผืนผ้าที่เป็นลายยกดอก ผืนผ้าเช็ดหลวงจะเป็นผ้าฝ้ายสีขาว สีที่เด่นก็คือสีดำและแดง ลวดลายในแต่ละช่วงจะเป็นรูปคน สัตว์ ดอกไม้ และลายเรขาคณิต

                  2.5.2.2 ผ้าเช็ด เป็นผ้าผืนยาวประมาณ 1–1.50 เมตร กว้างประมาณ 15–40 ซม. เป็นผ้าที่ใช้สำหรับตกแต่งร่างกายในโอกาสพิเศษ ชาวไทลื้อจะใช้เฉพาะสำหรับผู้ชายพาดไหล่เวลาไปวัด หรือไปงานฉลองพิธีกรรมต่างๆ โดยวิธีการพาดจะพับ 2–3 ทบให้ผ้าหน้าแคบลงพอดีกับไหล่ และพับด้านยาวให้เหลือครึ่งหนึ่ง ใช้พาดบนไหล่ซ้ายหรือขวาก็ได้

         ผ้าเช็ดของชาวไทลื้อที่สิบสองพันนาและในประเทศไทย จะมีลักษณะเป็นผ้าฝ้ายสีขาวทอด้วยวิธีการขิดรูปแบบเดียวกับผ้าเช็ดหลวง ส่วนผ้าเช็ดของชาวไทลื้อที่เมืองเงิน ประเทศลาว ตลอดจนหมู่บ้านชาวไทลื้อเขตตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน จะมีลักษณะพิเศษ คือเป็นผ้าทอด้วยวิธีการขิดและจกสลับสีต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะทอด้วยฝ้ายและไหมผสมกัน บางผืนมีดิ้นเงินดิ้นทองสลับด้วย ลวดลายส่วนใหญ่จะเป็นลายเรขาคณิต มีโครงสร้างเหมือนกับผ้าเช็ดหลวง มีบางผืนเป็นผ้าไหมล้วน จะมีโครงสร้างคล้ายกับผ้าเบี่ยงของชาวไทยวนในประเทศลาว

                  2.5.2.3 ผ้าเช็ดน้อย เป็นผ้าฝ้ายสีขาวขนาดเล็ก กว้างประมาณ 15-20 ซม. ยาวประมาณ 20–30 ซม. มีลายขิดขนาดเล็กเป็นริ้วตรงชายผ้าสองข้าง ใช้เป็นผ้าเช็ดหน้า และชาวไทลื้อที่สิบสองพันนาจะใช้ตกแต่งครัวทานถวายพระ

         ชาวไทยวนไม่นิยมทอผ้าเช็ดไม่ว่าจะเป็นผ้าชนิดใด แต่เราจะพบผ้าพาดไหล่ของชาวไทยวนที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีลักษณะการตกแต่งลวดลายขิดขนาดเล็กตรงเชิงผ้าคล้ายคลึงกับผ้าเช็ดน้อยของชาวไทลื้อ นอกจากนี้เราจะพบว่าเวลาไปวัดชาวไทยวนทั้งผู้หญิงและผู้ชายจะนิยมใช้ผืนผ้าสีขาวตกแต่งร่างกายเป็นพิเศษ โดยผู้ชายจะใช้พาดไหล่แบบเดียวกับการพาดผ้าเช็ดของชาวไทลื้อ ส่วนผู้หญิงจะนิยมห่มแบบเฉียงที่เรียกว่าห่มแบบสะหว้ายแล่ง หรือเบี่ยงบ้ายซึ่งปัจจุบันนี้มักเป็นผ้าที่ซื้อหาจากตลาดมิได้ทอขึ้นใช้เองดังแต่ก่อน

         2.5.3 ผ้าหลบ (ผ้าปูที่นอน) ผ้าหลบก็คือผ้าปูที่นอนซึ่งใช้ปูทับลงบนฟูกหรือสะลีอีกทีหนึ่ง ผ้าหลบของชาวไทยวนโดยทั่วไปจะเป็นผ้าฝ้ายสีขาวทอลายขัดธรรมดา ใช้ฟืมขนาดเล็กมีหน้ากว้างประมาณ 40 – 60 ซม. ดังนั้นจึงนิยมทอสองผืนแล้วนำมาเย็บต่อกลางเพื่อให้มีขนาดพอเหมาะต่อการปูบนฟูกได้พอดี

         ผ้าหลบของชาวไทลื้อและของชาวไทยวนในบางแห่งได้รับอิทธิพลการทอผ้ามาจากไทลื้อ จะมีลักษณะเด่นอยู่ที่การตกแต่งลวดลายขิดลงบนผ้าหลบ จะนิยมใช้เส้นด้ายสีแดงสลับสีครามดำ อาจมีเพียง 1 – 2 แถวเฉพาะตรงส่วนเชิงผ้า หรือบางผืนอาจทอลวดลายขิดจนเกือบเต็มผืนผ้าหลบ เหลือเพียงส่วนที่เป็นผ้าพื้นสีขาวเฉพาะตรงส่วนบนเท่านั้น

         ลักษณะโครงสร้างของผ้าหลบไทลื้อส่วนใหญ่ก็คือตรงชายผ้าจะรวบเส้นฝ้ายถักเป็นตาข่าย ถัดจากส่วนถักนี้ขึ้นไปจะเป็นส่วนช่วงผ้าพื้นสีขาวเรียกว่าป้าน ต่อไปจะเป็นลายขิดที่เรียกว่าสายย้อยซึ่งมีลักษณะเป็นลายเส้นตรงเป็นแถวเรียงกันคล้ายกับลายของเชิงผ้าซิ่นตีนจก ถัดจากลายสายย้อยก็จะเป็นลายขิดต่างๆ เป็นแถวๆ สลับช่วงสีพื้นเล็กๆ ไปเรื่อยๆ มีทั้งลายขิดพื้นฐานขนาดเล็กและลายที่เกิดจากการคิดประดิษฐ์ผสมผสานจากลายพื้นฐานจนเป็นลายขนาดใหญ่ สำหรับลายพื้นฐานที่พบอยู่เสมอก็คือ ลายขอเล็ก ขอใหญ่ ขอขะแจ๋ (แปลว่า กุญแจ) ลายกาบ ลายหน่วย ลายเครือ ลายดอกจัน ลายนาค ลายนกหรือหงส์สายช้าง ลายม้า และลายคน ฯลฯ

         ปัจจุบันนี้ชาวไทลื้อในสิบสองพันนาและในล้านนาบางแห่งได้รับอิทธิพล จากการใช้วัสดุสมัยใหม่คือใช้ไหมพรมในการทอลายขิดบนผ้าหลบทำให้มีสีสันหลากสีขึ้น แต่ก็ทำให้คุณค่าของความงามของผ้าทอพื้นบ้านด้อยลง

         2.5.4 ผ้าปูหลบ (ผ้าปูพื้น) ชาวไทลื้อ ไทลาว และไทยวน เรียกผ้าชนิดหนึ่งที่ใช้ปูนอนคล้ายคลึงกับผ้าหลบว่า ผ้าแหลบ ซึ่งเป็นผ้าที่ใช้ปูกับพื้นโดยตรง ไม่ได้ปูลงบนฟูกเช่นผ้าหลบ ลักษณะผ้าแหลบนี้เป็นผ้าฝ้ายสีขาวทอด้วยลายขิดจนเต็มผืน เป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีดำแดง หรือเป็นสีดำแล้วจกด้วยไหมสีเหลืองตรงกลางของรูปสี่เหลี่ยม มีขนาดผืนผ้าแคบกว่าผ้าหลบครึ่งหนึ่ง (คือ จะใช้ผ้าทอจากฟืมเดียวไม่ต่อกลาง 2 ผืนเช่นผ้าหลบ) มีผ้าสีแดงขลิบริมโดยรอบ บางครั้งจะมีผ้าพื้นสีดำเย็บซ้อนติดกันอีกชั้นหนึ่ง ผ้าชนิดนี้ใช้สำหรับปูนอนในระหว่างการเดินทางและสำหรับผู้เฒ่าผู้แก่หรือพระสงฆ์ปูนอนที่วัด ผ้าแหลบนี้เรียกกันอยู่หลายชื่อตามแต่ลักษณะ ขนาด และการใช้สอย เช่นเรียกว่า ผ้าเติ้ม หรือผ้านอน แต่ถ้าหากใช้รองนั่งก็มักจะมีขนาดสั้นครึ่งหนึ่งของผ้านอน จะเรียกว่า ผ้านั่ง ใช้เป็นอาสนะของสงฆ์หรือฆาราวาสใช้ปูนั่งในวิหารวัด

         2.5.5 ผ้าหลบหัวช้าง ผ้าอีกลักษณะหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับผ้าแหลบมาก ก็คือ ผ้าที่ใช้ปูหัวช้าง ชาวไทลื้อเรียกว่าผ้าล้อหัวช้าง ลักษณะของผ้าหลบหัวช้างล้านนาจะมีขนาด 50 x 150 ซม. ใช้ผ้าสีแดงขลิบโดยรอบ ใช้เทคนิคการทอทั้งยกดอก ขิด และจก สลับสีสดใส ปัจจุบันผ้าชนิดนี้มิได้ใช้ปูบนหลังช้างแล้ว ยังคงเหลือใช้เฉพาะสำหรับเป็นของขวัญมอบให้ญาติผู้ใหญ่ในพิธีแต่งงานเท่านั้น เรียกว่า ผ้าล้อ หรือผ้านอน

         2.5.6 ผ้าห่ม คือผ้าที่ใช้ห่มร่างกายให้ความอบอุ่น ซึ่งมีทั้งผ้าที่ใช้ห่มคลุมในเวลาปกติ และใช้ห่มในเวลานอน เนื่องจากฟืมทอผ้าของพื้นเมืองจะมีขนาดหน้าแคบประมาณ 60 ซม. ดังนั้น ผ้าห่มจึงต้องใช้ผ้าจำนวนสองผืนเย็บเพาะด้านข้างต่อกัน เพื่อให้มีความกว้างประมาณ 120 ซม. ความยาวประมาณ 200 ซม. พอเหมาะแก่การห่มคลุม ผ้าห่มที่พบใช้ในถิ่นล้านนา จะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

                  2.5.6.1 ผ้าห่มตาแสง หรือผ้าห่มตาโก้ง เป็นผ้าฝ้ายทอลายยกดอกโดยใช้เขาในการทอ 3 – 8 เขา สีที่นิยมคือ สีดำ แดง ขาว ซึ่งสลับสีทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน ทำให้เกิดเป็นลายตารางสี่เหลี่ยม บางผืนก็มีเฉพาะสีดำสลับขาวหรือสีแดงสลับขาว หรือสีขาวทั้งผืน มีริ้วสีดำเฉพาะเส้นยืนตรงริมผ้าสองข้าง ผ้าที่ใช้ห่มคลุมตัวในเวลาปกติจะมีขนาดราว 120 x 200 ซม. เรียกว่า ผ้าตุ๊ม (แปลว่า คลุม) ส่วนผ้าที่ใช้ห่มเวลานอนเรียกว่า ผ้าต้วบมักจะทอให้ขนาดยาวอีกเท่าตัวคือราว 400 ซม. แล้วทบเย็บหัวท้ายติดกัน ทำให้ผ้ามีความหนาสองชั้นสามารถให้ความอบอุ่นมากขึ้น ลักษณะผ้าห่มชนิดนี้ใช้กันทั่วไปในล้านนา ทั้งในกลุ่มชาวไทยวน ไทลื้อ และไทลาว

                  2.5.6.2 ผ้าห่มของไทลื้อ ที่เป็นเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมก็คือผ้าห่มที่ทอด้วยลายขิดทั้งผืน เป็นลายทางยาวเรียกว่า ลายงูลอย สลับลายหน่วยเครือ ผืนผ้าเป็นสีขาว ส่วนลวดลายขิดเป็นสีแดงหรือสีดำคราม ผ้าห่มชนิดนี้ถ้าใช้ห่มเวลานอนจะมีผ้าผืนสีขาวซ้อนอีกชั้นหนึ่ง โดยเย็บเฉพาะส่วนเชิงด้านบนติดกัน ทำให้ผ้ามีความหนาสองชั้นให้ความอบอุ่นมากขึ้น

                  2.5.6.3 ผ้าห่มลาว เป็นผ้าห่มชนิดที่มีลวดลายจกและขิดตรงส่วนเชิงข้างเดียว ผืนผ้าทอด้วยวิธียกดอก ใช้ฝ้ายเส้นใหญ่หรือฝ้าย 2 – 3 เส้นทอทำให้ผ้ามีความหนาและนิยมใช้สีแดง ดำ และขาวในการทอ

         นอกจากนี้ยังมีผ้าที่ทอโดยชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่เป็นอันมากจนอาจถือได้ว่าเป็นประชาชนส่วนหนึ่งของล้านนาด้วย ผ้าที่ผลิตโดยชนกลุ่มน้อยนี้มีรูปแบบและกรรมวิธีที่แตกต่างกันไปตามคตินิยม ขนบธรรมเนียม และประเพณีของตน ได้แก่ ผ้าของชาวกะเหรี่ยง ม้ง อีก้อ เย้า ลีซอ มูเซอดำ มูเซอแดง ปะหร่อง เป็นต้น ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ที่เป็นผ้า ซึ่งใช้วิธีการทอดังนั้น รูปร่างลักษณะ ลวดลาย ตลอดจนเทคนิคการทอก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ในแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์อีกด้วย เช่น หมอน ถุงย่าม ตุงผ้าทอ และผ้าห่อคัมภีร์ เป็นต้น ซึ่งในที่นี้จะไม่กล่าวถึงในรายละเอียด